วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

เรื่องเล็กในเมืองใหญ่ : ปากซอยโตเกียว

ผมเป็นคนชอบตรอกซอกซอยและถนนมากครับ

จำได้ว่า ตอนเป็นเด็กปอหนึ่ง ซึ่งโตสักนิดพอที่คุณครูจะยอมให้ไปเรียนบนชั้นสองของอาคารไม้ฟากฝั่งนักเรียนชั้นเล็กซึ่งประกอบด้วยนักเรียนชั้นเตรียมประถม (ปัจจุบันไม่น่าจะมีแล้ว น่าจะเป็นอนุบาลสองหรือสาม) นักเรียนปอหนึ่งและพี่ใหญ่เป็นนักเรียนปอสอง ในขณะที่รุ่นพี่ ๆ คือ ชั้นปอสามถึงมอสามจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่มีซอยเล็กคั่นกลาง ทุกครั้งที่เหม่อลอยมองออกนอกห้องเรียนผมมักจะมองลงไปยังบ้านเรือนและซอกซอยที่อยู่รอบ ๆ โรงเรียน ผมรู้สึกว่าโลกทั้งใบอยู่ในมือของผม ผมสามารถจินตนาการได้ว่าผมจะเดินไปในซอยไหน, เดินผ่านบ้านไหน และจะพบเจออะไรบ้าง

เมื่อเรียนชั้นสูงขึ้น ๆ หรือมีโอกาสอยู่บนตึกสูงขึ้น ๆ แค่ไหน โลกในมือของผมก็กว้างใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะทำให้บ้านเรือนดูเล็กกระจ้อยร่อยลงไปเรื่อย ๆ ก็ตามที ผมก็ยังคงจินตนาการว่าได้เดินไปเดินมาในตรอกซอกซอยเหล่านั้น ในโลกแห่งจินตนาการ

แต่ผมไม่ได้หยุดอยู่แค่การมองจากมุมสูง ผมมักจะหาโอกาสเดินซอกแซกไปในตรอกซอกซอยต่าง ๆ ด้วย นาน ๆ ทีก็จะตัดออกสู่ถนนใหญ่เพื่อเยี่ยมเยียนอีกโลกหนึ่ง ขณะเดียวกันผมก็มองหาซอกซอยใหม่ไปในตัวด้วย

นอกจากนี้ ผมยังมีตัวต่อเลโก้ในครอบครองที่ทำให้ผมสามารถสร้างโลกจินตนาการขึ้นมาได้ เป็นโลกใหม่ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาเองในยุคที่คอมพิวเตอร์ตามบ้านยังเป็นเรื่องเล่าในนิยายวิทยาศาสตร์ แม้ท้ายที่สุดของการเล่นในแต่ละวันจะจบลงด้วยการทำลายเมืองจินตนาการนั้นก่อนที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น

ผมคิดว่าการ์ตูนญี่ปุ่นมีส่วนช่วยสร้างโลกจินตนาการที่ผมชื่นชอบและเสพติดมันมาจนถึงปัจจุบัน การ์ตูนญี่ปุ่นในยุคสมัยผมยังเป็นเด็กไม่ว่าจะเป็นโดเรมอน, ฮาโตริ, ปาร์แมน ได้สร้างภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นให้ผมจินตนาการถึงมัน บ้านโนบิตะหลังเล็ก ๆ มีสวนรอบบ้าน, ถนนจากหน้าบ้านไปสู่ตรอกซอกซอยต่าง ๆ, รถยนต์ที่จอดทิ้งข้างทาง และสวนเล็ก ๆ ที่มีท่อน้ำสามท่อวางทิ้งไว้ ผมชอบตอนที่โดเรมอนกับโนบิตะใช้ใบพัดไม้ไผ่บินขึ้นเหนือท้องฟ้าของเมืองเพราะมันทำให้ผมเห็นเมืองในจินตนาการชัดเจนขึ้น

ถ้าไม่นับการ์ตูนญี่ปุ่นแล้ว อาจจะกล่าวได้ ผมมีความผูกพันกับความเป็นญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานและเหนียวแน่น หนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ผมยืมจากห้องสมุดสมัยเรียนชั้นประถมคือหนังสือ “ญี่ปุ่นปัจจุบัน” ในขณะที่หนังสือท่องเที่ยวเล่มแรกที่ผมอ่านสมัยเรียนมัธยมก็เป็นหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นของมนันยา ซึ่งเป็นการเขียนจดหมายจากหลานถึงป้าแหเพื่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น รวมถึงนิตยสาร Friend ซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนเกี่ยวกับวัฒนธรรม, การเมือง และรูปภาพ ของประเทศญี่ปุ่นที่สามารถพบหาได้ตามห้องสมุด ตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่เราไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายหนังสือและนิตยสารทั่วไป ผมติดตามอ่าน Friend ตั้งแต่เรียนมัธยมจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย และถ้ามีโอกาสก็จะแวะไปอ่านเรื่อย ๆ

ผมบ้าญี่ปุ่นไหมครับ

ผมเพิ่งมีโอกาสไปถึงญี่ปุ่น และโลกของตรอกซอกซอยในจินตนาการซึ่งผมเคยคิดว่ามันเป็นเพียงของเล่นก็กลับกลายเป็นชีวิตจริง สนามเบสบอล, รถยนต์ที่จอดข้างทาง และบ้านหลังเล็ก ๆ

ตรอกซอกซอยคือชีวิตเล็ก ๆ ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าและอาคารขนาดใหญ่ ผมชอบเดินตรอกเพราะผมชอบชีวิตของคนเล็ก ๆ มากกว่าการติดตามชีวิตของคนยิ่งใหญ่คับฟ้า เรื่องราวที่ผมสนใจจึงเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไปและอาจจะหาอ่านได้ค่อนข้างยากในหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั่วไป ในซอยคุณอาจจะไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิ, ไม่เห็นหอคอยโตเกียว, ไม่เจอเรื่องราวของวัดอาซากุสะ แต่ในนี้คุณจะได้พบร้านกาแฟเล็ก ๆ, เห็นวัดเล็ก ๆ สงบ ๆ ที่มองหาคนไม่เจอแม้แต่คนเดียว, พนักงานตัวเล็ก ๆ ในร้านอาหารราคาประหยัดและบางเสี้ยวก็อาจจะแว่บ ๆ เห็นยอดหอคอยโตเกียวที่โผล่เข้ามาบ้างในบางฉากบางตอนแต่ไม่สามารถเข้ามาแย่งซีนได้ (ถ้าไม่เด่นจริง ๆ ในระดับสมชาย ศักดิกุล)

ผมใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวเพียงแปดวันเท่านั้น แต่เป็นแปดวันที่ผมพยายามเป็นนักเดินทางมิใช่นักท่องเที่ยว ผมไปเยี่ยมเยียนสถานที่ต่าง ๆ ในโตเกียวเพียงไม่กี่แห่ง แต่ผมทุ่มเทเวลาให้กับแต่ละที่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มันน่าเสียดายเหมือนกันเพราะผมไม่ได้เที่ยวสถานที่ดัง ๆ หลาย ๆ แห่งแต่ผมคิดว่าวันหนึ่งผมก็น่าจะได้กลับมาใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใจความเป็นโตเกียวได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นไปไม่ได้ที่จะเที่ยวทั่วโตเกียว เพราะถ้าจะเที่ยวให้ทั่วโตเกียวจริง ๆ อาจจะต้องใช้ทั้งชีวิตเพื่อทำความเข้าใจมัน เหมือนเราพยายามเข้าใจผู้หญิงสักคนหนึ่ง แปดวันในโตเกียวจึงเหมือนเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งนัดเจอหญิงสาววันแรก ๆ เพิ่งมีโอกาสออกเดท พูดคุย ทำความรู้จัก แต่ไม่กล้าพูดอะไรมากจึงไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลย เพราะนี่เป็นช่วงฮันนีมูนที่ชายหนุ่มเจอแต่ด้านที่สวยงามของหญิงสาว ในขณะที่หญิงสาวก็ได้เห็นแต่ด้านดี ๆ ของชายหนุ่ม แปดวันในโตเกียวจึงมีแต่ความสวยงาม มองไม่เห็นด้านที่ย่ำแย่ มันเป็นช่วงของการสวยผาด แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้พิศและเพ่งมองมัน

ถ้าเปรียบเหมือนการอ่านหนังสือ ผมก็เป็นเด็กที่เพิ่งหัดอ่าน ก ไก่ ข ไข่ แต่ริอ่านจะเขียนประโยคโดยยังไม่เข้าใจไวยากรณ์

แปดวันของการตะลุยตรอกซอกซอย การเที่ยวไปไม่กี่ที่ในแต่ละวัน หรือบางวันก็จมจ่อมอยู่กับที่ที่นั้นไปทั้งวัน อาจจะเห็นด้านลึกบ้าง แต่ก็เป็นความลึกแบบตื้นเขินเพราะยังลงไปไม่ถึงจุดลึกที่สุดของมัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงมุมมองของชายหนุ่มในช่วงฮันนีมูนที่คงไม่สามารถเอาสาระไปอ้างอิงทางวิชาการใด ๆ ได้ ยกเว้นยกขึ้นเพื่อกล่าวถึงความรู้สึกด้านบวกเท่านั้น

ความรู้สึกของคนบ้าญี่ปุ่น บ้าโลกของจินตนาการ และโลกตุ๊กตา เรามาถึงปากซอยกันแล้วครับ

ป.ล. ช่วงนี้ไปญี่ปุ่นหลังจากเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ พร้อมกับเจอเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงมากมาย ผมพยายามถ่ายทอดเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น, เชียงใหม่ และเรื่องต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นมาให้อ่านเป็นระยะ ๆ เรื่องราวที่ได้อ่านกันอาจจะเจือปนความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง ถ้าเป็นญี่ปุ่นสอดไส้เชียงใหม่ราดหน้าด้วยซอสแบบกรุงเทพ ๆ ก็อย่าว่ากันนะครับ

๖ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จินตนาการณ์บรรเจิดมากๆๆๆ มีการใช้สำนวนเปรียบเทียบ อ่านแล้วนึกถึงหนุ่มเมืองจันท์ เพราะเขาชอบนำเหตุการณ์รอบๆ ตัวมาเขียนเชิงวิเคราะห์ เปรียบเปรย อยากให้ลงรูปเยอะๆ จะได้ถือโอกาสแชร์ประสบการณ์ให้คนที่ไม่เคยไปได้ดื่มด่ำตามไปด้วย ดีไหมคร้าบ..... ปล.ใครคือสมชายเหรอ????

พี่นัท กล่าวว่า...

ตอนที่พี่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ตารางเวลาแน่นจนไม่ได้ไปไหน

แต่เมื่อปีที่ผ่านมาไปอยู่สามอาทิตย์ ได้มีโอกาสไปหลายที่ที่คนอื่นเขาไม่ไปกัน

ชอบความเป็นระเบียบ กับอากาศดีดี

เสียอารมณ์ก็ตรงพื้นถนนเต็มไปด้วยก้นบุหรี่บี้แบนเต็มไปหมด

โอ๊ะ กล่าวว่า...

ถ้าพี่เปรียบญี่ปุ่นคือผู้หญิง เดาว่าพี่คงหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วนะคะเนี่ย 8วันที่ทำความรู้จักกัน คงต้องทำให้พี่อยากรู้จักเค้ามากขึ้นแน่ๆ เลย ถ้าพี่ไปเยี่ยมเค้าอีก พี่มาเขียนแชร์ประสบการณ์อีกนะคะ ชอบอ่านที่พี่เขียนค่ะ.... ปล.ด้วย แล้วใครคือ สมชาย ค่ะ

Odysseus กล่าวว่า...

บทความนี้คงเหมือนการเล่าประสบการณ์นัดเดทระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวหล่ะมัง
แม้เวลาจะสั้นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ซึมซับความรู้สึกระหว่างกัน...

และถึงแม้บทความจะเป็นเช่นไร แต่คอมเมนท์บอกผมได้อย่างเดียวว่า...พี่เสร็จสมชายแล่ว :-D

เสาร์นี้ถ้าผมได้เจอสมชาย ได้มีโอกาสเข้าไปชิดใกล้ ผมจะบอกให้เขามาอ่านนะ :-)

ikke กล่าวว่า...

สมชาย ศักดิกุล คือ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเฉลียง ปัจจุบันแสดงภาพยนตร์และละครมากมาย โดยเริ่มต้นจากการเล่นเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ โดยแสดงได้โดดเด่นจนแย่งบทเด่น ๆ ของภาพยนตร์ไปได้หลายต่อหลายครั้ง ยังมีเรื่องราวอีกมากมายของสมชาย อ่านได้ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5

Orni กล่าวว่า...

คือจะมาอ่านว่าไปเที่ยวไหนบ้างอ่ะ ...
แต่ดันมาเจอเจ้าของบล้อกพร่ำพรรณนารักฝังลึกที่มีต่อญี่ปุ่น

ทำไมชอบเข้าตรอกซอกซอยล่ะ เหมือนชอบทำอะไรหลบๆซ่อนๆหรือเปล่า
แล้วมาคอมเม้นท์กวนๆนี่จะโดนแฟนคลับคนอื่นต่อว่าเอามั้ยเนี่ย

ก้อเป็นออเดิร์ฟที่ค่อนข้างซึ้งใจอ่ะนะ จะมารออ่าน main course แล้วกันว่าจะเข้มข้น ดุเดือดขนาดไหนนะ