วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ภาวะไร้สติ

สิ่งที่ทำให้เราขาดสติได้มีสามอย่าง คือ เหล้า ความรัก และอำนาจ แต่ตอนนี้ผมอยากจะเพิ่มหนังสือเข้าไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง

ผมมีประสบการณ์กับทั้งสี่อย่างนั้นแล้ว และผมก็แทบจะขาดสติเพราะทั้งสี่อย่างนี้ด้วย

เหล้านั้นคงไม่ต้องบรรยายให้มากความ การที่ผมเรียนจบมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทำให้ผมได้เคี่ยวกรำกับการดื่มเหล้ามาค่อนข้างมาก คนทั่ว ๆ ไปอาจจะมองว่าผมไม่น่าจะชำนิชำนาญเรื่องเหล้ามากนัก แต่จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างไปได้ดีกับเรื่องเหล้า อย่างไรก็ดี ปกติแล้วผมไม่แตะต้องมันแม้ในงานเลี้ยงที่น่าจะสามารถปล่อยตัวปล่อยใจได้มากมายก็ตามที จึงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นผมดื่มเหล้า ยิ่งในปัจจุบันที่อายุอานามเริ่มมากขึ้นผมก็แทบจะไม่ได้ย่างกรายไปหามันเลย

ส่วนเรื่องความรักนั้น สุภาษิตที่ว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” นั้นก็ไม่ต่างจากการที่ทำให้เราขาดสติ เมื่อความรักเดินเข้ามาหา สติเราก็แทบจะวิปลาสไป แต่เมื่อความรักเดินออกห่างหาย สติเรายิ่งวิปลาสหนักเข้าไปอีก บางคนเข็ดเขี้ยวกับมัน แต่บางคนก็ไม่เคยชาชินกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าและพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอ

อำนาจไม่เคยเข้าใครออกใคร มีตัวอย่างให้เห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์กันเกือบทุกวัน อำนาจทำให้คนต่อสู้แย่งชิงกัน เหยียบบ่าไหล่กันขึ้นไปดอมดมอำนาจที่แสนหอมหวานนั้น ต่อให้เป็นพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่สามารถควบคุมสติยามอำนาจล้นมือได้

สำหรับหนังสือนั้น อาการเสียสติคงไม่ได้เกิดกับทุก ๆ คน สำหรับผม ยามใดที่ผมเข้าไปร้านหนังสือ มันเหมือนผมหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งที่มีผมกับหนังสืออยู่กันสองต่อสอง คนรอบข้างหายไปหมด ผมสามารถอยู่ในร้านหนังสือได้ยาวนานเป็นวัน ๆ โดยยังสามารถย้อนกลับไปอยู่ต่อได้อีกเรื่อย ๆ ยิ่งงานหนังสือแห่งชาติที่จัดขึ้นล่าสุดที่ศูนย์สิริกิติ์ครั้งที่ผ่านมา ผมก็เกิดอาการเสียสติอีกครั้งและซื้อหนังสืออย่างบ้าคลั่งราวกับงานหนังสือครั้งนี้จะจัดเป็นครั้งสุดท้าย รายการหนังสือที่ผมซื้อจากงานนี้สามารถไล่ดูได้จากรายชื่อต่อไปนี้พร้อมเหตุผลที่ซื้อ

รายชื่อหนังสือแบ่งตามสำนักพิมพ์

a day

หนึ่ง ทางช้างเผือก (มานะ มานี ปิติ ชูใจ) พิมพ์ครั้งที่ 8 โดย อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ – ชอบมานี ชูใจ มานะ ปิติ มานานแล้ว ว่าจะซื้อเล่มนี้มานานแล้วเพิ่งมีโอกาสเลยรีบซื้อไว้เลย
สอง The Ballad of The Columnist คู่มือแหกคอก! สำหรับการใช้ชีวิตเป็นคอลัมนิสต์ โดย วิรัตน์ โตอารีย์มิตร – ผมติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตั้งแต่ยังตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ อ่านแล้วติดใจอยากเลียนแบบเป็นที่สุด
สาม a day story: the story of the modern rebel คู่มือเด็กดื้อฉบับปัจจุบัน พิมพ์ครั้งที่ 18 โดย วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ – เล่มนี้วิ่งหาซื้อมาหลายปี ผมเป็นแฟน a day ตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงปัจจุบัน
สี่ seasons change จากร้อนสู่ฝนจนถึงหนาว behind-the-scene novel จากภาพยนตร์เรื่อง seasons change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดย อลงกรณื คล้ายสีแก้ว, ธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี และ โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล – ผมเห็น teaser และ trailer ของหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็ตั้งใจว่าถ้ามีหนังสือเบื้องหลังออกมาเมื่อไรก็จะไม่พลาด
ห้า wake up! รวมบทบรรณาธิการบันดาลใจจาก 3 บ.ก. a day โดย วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์, วชิรา รุธีรกนก และ ทรงกลด บางยี่ขัน – ในฐานะของแฟนพันธุ์แท้ a day เล่มนี้ผมพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ
หก genderism พิมพ์ครั้งที่ 2 หนังสือรวมบทความเข้มข้นว่าด้วยเรื่อง ‘โลกหลากเพศ’ งานเขียนที่ได้รับการถกเถียงและ ‘แรง’ ที่สุดในชีวิต! ของ โตมร ศุขปรีชา – ผมชอบภาษาสวย ๆ ของ บ.ก. GM มากครับ
เจ็ด นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา พิมพ์ครั้งที่ 2 รวม 40 ความเรียงหวานแบบเหงา ๆ เศร้าแบบอุ่น ๆ จาก ‘เสาร์สวัสดี’ ผลงานรวมเล่มครั้งแรกของ ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร a day โดย ก้อง คาร์ ไว – คอลัมน์นี้ผมอ่านมาต่อเนื่องหลายปีใน ‘เสาร์สวัสดี’ เพิ่งรู้ภายหลังว่า บ.ก. a day คือ ก้อง คาร์ ไว

มติชน

หนึ่ง Dance Dance Dance เริงระบำแดนสนธยา การผจญภัยครั้งใหม่ของ ‘โบคุ’ โดย ฮารูกิ มูราคามิ แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ – สำหรับแฟนประจำมูราคามิแล้ว ทุกงานแปลไม่ควรพลาดทั้งสิ้น โดยเฉพาะยามที่ลด 50 เปอร์เซ็นต์
สอง Hard-boiled Wonderland and the End of the World แดนฝันปลายขอบฟ้า โดย ฮารูกิ มูราคามิ แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ – เช่นเดียวกับ Dance Dance Dance
สาม Liebesfluchten เมื่อรักเดินทาง 7 เรื่องสั้นของผู้เขียนนวนิยายสั่นคลอนอารมณ์และความคิด The Reader จากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง Flights of Love ของ John E. Woods โดย Bernhard Schlink แปลโดย สมชัย วิพิศมากูล – ผมอ่าน The Reader มาเมื่อหลายปีก่อน ตั้งใจว่าจะตามงาน Bernhard Schlink ไปตลอด
สี่ La Cucina รสรักรสพิศวาส โดย Lily Prior แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ – อันนี้เหตุผลส่วนตัวจริง ๆ

Bliss Publishing

หนึ่ง ค่ำคืนนี้ อารมณ์ละมุน สำหรับคนนอนไม่หลับ โดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ – อ่าน Rosso แล้ว ทุกเล่มของ เอคุนิ คาโอริ คือของขวัญชั้นดี
สอง นกน้อยของผม รักสามเส้าระหว่างชายหนึ่งกับหญิงสอง สุดแสนสลับซับซ้อนเพราะมือที่สามเป็นนก โดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ
สาม เป็นประกาย หญิงหนึ่ง ชายสอง กับความรักบริสุทธิ์ ที่ต่างจากครรลองของสังคม โดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ
สี่ ปีกนางฟ้า นิยายแห่งรักและกำลังใจที่จะมอบพลังและความเชื่อมั่นในรักให้ทุกหัวใจที่กำลังอ่อนล้า ผลงานอบอุ่นโรแมนติกล่าสุดของผู้เขียน ‘คิทเช่น’ ที่เคยชนะใจผู้อ่านทั่วโลกมาแล้ว โดย โยชิโมโต บานานา แปลโดย นภสิริ เวชศาสตร์ – ผมอ่าน ‘คิทเช่น’ แล้วเลยต้องตามงานสวย ๆ ของบานานาต่อไป
ห้า แล้วฉันจะกลับมา นิยายแห่งความผูกพันที่จะทำให้คุณเชื่อมั่นในรักแท้ บทประพันธ์ที่ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจนักอ่านญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งล้านคนและเป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์โรแมนติกแห่งปี Be With You โดย อิชิคาวะ ทาคุจิ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ – เล่มนี้คนขายเชียร์มาก น้องที่ทำงานก็เล่าเรื่อง Be With You ว่าดีมาก เลยต้องมาอ่านดูว่าดีจริงไหม
หก ขอเพียงได้รัก รักบริสุทธิ์ระหว่างชายหนึ่งหญิงสองที่จะละลายหัวใจของคุณให้ละมุนด้วยรักแท้ ผลงานล่าสุดของผู้เขียน Be With You ที่โด่งดังจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วเช่นกัน โดย อิชิคาวะ ทาคุจิ แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช – เล่มนี้เป็นผลต่อเนื่องจากเล่มก่อนหน้านี้ครับ
เจ็ด Rosso ร้อนแรง พิมพ์ครั้งที่ 9 โดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย ขวัญใจ แซ่คู – ไม่มีคำบรรยาย ชอบมากครับ แต่หนังสือหายเลยต้องซื้อใหม่แปด Blu เยือกเย็น พิมพ์ครั้งที่ 9 โดย ท์ซึจิ ฮิโตนาริ แปลโดย สมเกียรติ เชวงกิจวณิช – เหมือน Rosso

ไต้ฝุ่น

หนึ่ง open diary บันทึกของคนทำนิตยสารทางเลือก ที่เชย ทื่อ ซื่อ และอ่อนหัด โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์ – ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ open ยิ่งกว่า a day อีก เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยของ open เลยต้องอ่าน
สอง อย่างน้อยที่สุด ประวัติและทัศนะในวัยหนุ่มของ เป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับหนังไทยที่ก้าวไปสู่การยอมรับระดับสากล บทสัมภาษณ์โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์ – ผมชอบหนังสือทุกเรื่องของเป็นเอกครับ
สาม เรื่องตบตา รวมบทความ (จากนิตยสาร สารคดี) โดย ปราบดา หยุ่น – ติดตามอ่านมาต่อเนื่องจากเว็บไซท์สารคดี บางตอนยังไม่ได้อ่านเลยไม่วายซื้อไว้ซะ
สี่ สมมุติสถาน Imagined Landscapes ความเรียงเรื่องศิลปะและทัศนศิลป์คัดสรร โดย ปราบดา หยุ่น - เห็นแล้วหยิบเลย เพราะ ปราบดาและศิลปะ

openbook

หนึ่ง Post Modern ชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในอุ้งมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ โดย ไชยันต์ ไชยพร – อยากรู้จัด Post Modern ให้มากกว่านี้
สอง ไม่มีโทรทัศน์และเครื่องปรับอากาศ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์ – ชอบภาษาของวรพจน์ครับ
สาม open ฉบับที่ 52 Matisse Issue – เห็นภาพของ Matisse แล้ว พยายามไม่ซื้อมาหลายเดือนแต่ไม่รู้จะหาอ่านคำนำของคุณภิญโญจากที่ไหนดี เลยซื้อ
สี่ mimic เลียนแบบทำไม ? หนังสือเกี่ยวกับการลอกเลียนแบบที่ไม่ซ้ำแบบใคร โดย แทนไท ประเสริฐกุล – อ่านในเว็บแล้วไม่เห็นภาพ
ห้า ลม ฟ้า อาหาร ความเรียงว่าด้วยอาหารและอากาศ โดย โตมร ศุขปรีชา – ภาษาสวย ๆ เป็นเหตุผลเดียวครับ
หก Blog Blog เศรษฐกิจการเมืองอ่านสนุกจากมุมมองอดีตนักเรียนทุนฟุลไบร์ทไทยในอเมริกา ผู้สร้างชุมชนทางปัญญาผ่านเครือข่ายไซเบอร์สเปซ โดย ปกป้อง จันวิทย์ (ปิ่น ปรเมศวร์) – ว่าจะไม่ซื้อ แต่บทความในบล็อกของคุณปิ่นได้หายไปบางส่วน เลยกันไว้ดีกว่าไม่ได้อ่าน
เจ็ด ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน การสื่อสารผ่านอีเมลของสองนักเขียนร่วมสมัย จากนิตยสาร GM โดย วินทร์ เลียววาริณ + ปราบดา หยุ่น – อ่านมาตั้งแต่เล่ม 1 ครับ
แปด ที่เกิดเหตุ บันทึก 1 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์ – วรพจน์ในภาคใต้ น่าสนใจ ๆ
เก้า ตกน้ำไม่ไหล เรื่องของคนดีที่ไม่ไหลไปตามโลกกระแสหลัก โดย สฤณี อาชวานันทกุล – แฟนบล็อกคนชายขอบ ขอสักเล่มครับ
สิบ นิตยสารโอเพ่น ฉบับ 17, 29, 32 – 33, 35 – 37, 39 – 50 – ซื้อเล่มที่ขาดช่วงไปตอนไปเรียนต่อครับ
สิบเอ็ด เป็น เรียงความว่าด้วยลมหายใจในตัวหนังสือ โดย ปราบดา หยุ่น – ออกมานานแล้ว เพิ่งเห็น โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการเขียนจึงไม่สามารถพลาดได้
สิบสอง The 8 masters 8 ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับครู โดย Film virus – ผมชอบหนังทางเลือกครับ
สิบสาม asia 4 สี่ยอดผู้กำกับแห่งเอเชียตะวันออก โดย ‘กัลปพฤกษ์’ นักวิจารณ์ดีเด่นรางวัลกองทุนหม่อมหลวง บุญเหลือ เทพยสุวรรณ – เห็นหนังสือหนังแล้ว อดใจไม่ได้เลย
สิบสี่ Bangkok Documenta Magazine No. 1 Coup d’ Etat จากรัฐประหารสยามสู่งานศิลปะยุโรป – ว่าจะไม่ซื้อหนังสือการเมือง แต่เห็นคำว่าศิลปะแล้วเลยขอสักเล่ม

สามัญชน

หนึ่ง One Hundred Years of Solitude หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว โดย กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ แปลโดย ปณิธาน – ร.จันเสน – ชอบมาร์เกซเป็นการส่วนตัวครับ
สอง วันที่ถอดหมวก The Art of Being Nobody ความเรียงว่าด้วยอิสรภาพจากตัวตน โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล – อยากเป็นอย่างพี่เสก นับจากงานวิหารที่ว่างเปล่าแล้ว นี้น่าจะแสดงความเป็นตัวตนได้ดีที่สุดอีกเล่มหนึ่ง

คบไฟ

หนึ่ง The Unbearable Lightness of Being ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต โดย มิลาน คุนเดอรา แปลโดย ภัควดี วีระภาสพงษ์ – อ่านมาเกือบสิบปีแล้ว หลังจากนั้นตามอ่านเกือบทุกเล่ม แต่ไม่ได้ซื้อทุกเล่ม เลยรีบซื้อไว้ก่อนจะไม่ตีพิมพ์อีก

สนใจหยิบยืมได้ครับ ขออย่างเดียวอย่าทำยับนะครับ

๖ ความคิดเห็น:

p'nat กล่าวว่า...

ฮิฮิ แต่พี่นะ ยิ่งแก่ยิ่งดื่มเก่ง enjoy drinking with myself

ไม่มีการ์ตูนติดเรทเหรอ จาได้ยืมมั่ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

noonoi

แน่ใจเหรอว่าจะให้ยืมหนังสือ เขาบอกว่าคนชอบอ่านหนังสือ เป็นคนที่หวงหนังสือ อย่างที่สุด ใช่ม่ะ

Too Optimistic กล่าวว่า...

เป็นการซื้อหนังสือที่บ้าคลั่งมาก
คนไม่รู้จะคิดว่าเอาไปถมที่ได้

:)

อร กล่าวว่า...

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ

Odysseus กล่าวว่า...

ถือว่าพระคุ้มครองที่เมืองไทยมีงานหนังสือใหญ่ๆ เพียงสองครั้งต่อปี

synnie กล่าวว่า...

รวมพลคนอ่านและไม่อ่านงาน มูราคามิ
สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ขอเชิญเพื่อนนักอ่านและสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมงาน

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ พบกันที่ร้าน parking toys ถ.เกษตร-นวมินทร์ เวลาห้าโมงเย็น

17.00 น. ลงทะเบียนนักอ่านและสื่อมวลชน
17.30 น. อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง ตัวแทนเจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่
เปิดใจ ทำไมต้องพิมพ์งานสามเล่มของมูราคามิ
- After dark ราตรีมหัศจรรย์
- Norwegian Wood ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย
- A Wild Sheep Chase แกะรอยแกะดาว
17.50 น. คนอ่านคุยกัน “มูราคามิ มีอะไร!ให้พูดถึง”
-อนุสรณ์ ติปยานนท์
-พอล เฮง
-ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
-คมสัน นันทจิต และคนอื่น อีกมากมาย
19.00 น. ย้อนสู่บรรยากาศ บาร์แจ๊ส แบบมูราคามิ

พิธีกรตลอดงาน คมสัน นันทจิต และ เอก-วิชัย จงประสิทธิ์พร

สอบถามรายละเอียด: สำนักพิมพ์กำมะหยี่ http://www.gammemagie.com/ / gammemagie.blogspot.comโทร. 02 270 3942/ 081 985 3838www.parkingtoys.com/ โทร. 02 907 2228